5 นักเตะแซมบ้าที่สร้างตำนานกับบาร์เซโลน่า

TDEDNEW

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กลายเป็นนักเตะชาวบราซิเลียนคนที่ 30 ของบาร์เซโลน่าเรียบร้อยแล้ว หลังเพิ่งย้ายจาก ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 142 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,390 ล้านบาท) พร้อมกลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดอันดับ 2 ของโลก ต่อจาก เนย์มาร์ ซึ่งแน่นอนว่าแฟนบอลเจ้าบุญทุ่มต้องคาดหวังกับผลงานของ คูตินโญ่ อย่างแน่นอน

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บาร์เซโลน่า คือหนึ่งในสโมสรที่มีนักเตะแซมบ้าระดับโลกมากมายในทุกยุคทุกสมัย วันนี้เรามีอันดับ 5 นักเตะชาวบราซิเลียนที่ประสบความสำเร็จกับบาซ่ามาฝากกัน

    1.โรมาริโอ (1993-1995)

GettyImages-1260430-Copy

โรมาริโอ ย้ายจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาอยู่กับทัพ อาซูลกราน่า ในปี 1993 โดยมีรางวัลดาวซัลโวสูงสุดของลีกฮอลแลนด์ 4 สมัย (1989, 90, 91 และ 93) และเพียงซีซั่นแรกกับบาร์เซโลน่าเจ้าตัวก็ระเบิดฟอร์มสุดยอดด้วยการกระหน่ำไป 30 ประตูใน 33 เกม (แฮตทริก 5 ครั้ง) ช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมคว้ารางวัล ฟีฟ่า เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ ได้อีกด้วย ซึ่งหนึ่งในช็อตประทับใจคงหนีไม่พ้นในเกม เอลกลาซิโก้ ที่ กดแฮตทริกใส่คู่ปรับ เรอัล มาดริด ถล่มไปอย่างขาดลอย 5-0 เมื่อปี 1994 ก่อนเจ้าตัวจะปิดฉากช่วงเวลากับบาร์เซโลน่าด้วยการทำไป 34 ประตูใน 46 เกม ซึ่งแม้ว่าจะอยู่กับทีมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่หากจะถามเหล่าแฟนบอลของทีมถึง 1 ในนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาล โรมาริโอ คือหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน

2.โรนัลโด้ (1996-1997)

ronaldo-nazario-fc-barcelona_ud0wqhvm3gm8166a9ozaphmz9

แม้จะอยู่กับบาร์เซโลน่าแค่ 1 ฤดูกาล แต่ โรนัลโด้ ก็ถือเป็นนักเตะที่สร้างชื่อได้ไม่น้อย หลังระเบิดฟอร์มยิง 47 ประตู จากจำนวน 49 เกมที่ลงแข่งขัน หลังเจริญรอยตามดาวยิงรุ่นพี่อย่าง โรมาริโอ ย้ายจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาเล่นในถิ่นคัมป์ นู ในปี 1996 แม้ในปีนั้น บาร์ซ่า จะไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้ แต่ก็ยังมีรางวัลปลอบใจคือ ซูเปอร์โคปา เด เอสปันญ่า, ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ และ โกปา เดล เรย์

3.ริวัลโด้ (1999-2002)

maxresdefault

ริวัลโด้ กลายเป็นศูนย์กลางของทีมภายใต้การนำทัพ หลุยส์ ฟาน กัล เทรนเนอร์ชาวดัตช์ ซึ่งสามารถคว้าแชมป์ ลา ลีกา ได้ 2 สมัยซ้อน (1998,1999) และ กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของ บาร์ซ่า ในยุคนั้นไปอย่างไร้ข้อกังขา โดยนอกจากจะโดดเด่นในระดับสโมสรแล้ว ริวัลโด้ ยังสามารถพาทัพ เซเลเซา ซิวแชมป์ โคปา อมริกา 1999 ที่ประเทศปารากวัย ได้อย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย

ส่วนหนึ่งในช็อตประทับใจคงหนีไม่พ้นเกมที่เจ้าตัว กดแฮตทริกใส่ บาเลนเซีย ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2000-2001 ที่มีโควตา แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นเดิมพัน ช่วยให้ บาร์ซ่า เฉือนชนะ 3-2 ในช่วงท้ายเกมแบบปาฏิหาริย์

 

    4.โรนัลดินโญ่ (2003-2008)

Alegria de Ronaldinho durante el partido
“เจ้าเหยินน้อย” ย้ายจาก ปารีส แซง แชร์กแมง มาเล่นในถิ่นคัมป์ นู เมื่อปี 2003 ก่อนจะกลายเป็นนักเตะขวัญใจเจ้าถิ่นไปโดยปริยายด้วยลีลา และสไตล์การเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการลากเลื้อย ยิงฟรีคิก ยิงประตู หรือ การจ่ายบอลที่เหนือจิตนาการ

โรนัลดินโญ่ ประสบความสำเร็จอย่างมากกับทีม โดยมีสถิติยิง 70 ประตู จาก 145 เกม ตลอด 5 ปีที่อยู่ที่นี่พร้อมซิวแชมป์ลีกในปี 2005 และ 2006 พร้อมทั้งตำแหน่งแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ร้อยกว่าปีของสโมสรแบบสุดยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังคว้ารางวัลส่วนตัวมากมาย อาทิ บัลลงดอร์, ฟีฟ่า ฟิฟโปร ซึ่งปฏิเสธไมได้เลยว่าช่วงที่พีคที่สุดในอาชีพการค้าแข้งของปีกรายนี้คือช่วงที่อยู่กับ บาซ่า อย่างแท้จริง

5.เนย์มาร์ (2013-2017)

Barcelona's Brazilian forward Neymar (L) vies with Valencia's Tunisian defender Aymen Abdennour during the Spanish league football match FC Barcelona vs Valencia CF at the Camp Nou stadium in Barcelona on April 17, 2016. / AFP PHOTO / JOSEP LAGO

เนย์มาร์ กลายเป็นนักเตะเนื้อหอมสุดๆ สมัยอยู่กับ ซานโตส ในลีกบ้านเกิด ก่อนจะตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในปี 2013 หลังตกเป็นเป้าหมายของหลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวังตลอด 4 ปีที่อยู่ที่นี่ โดยมีสถิติยิง 68 ประตู จาก 123 นัด พาทีมคว้าแชมป์มากมายทั้ง ลา ลีกา 2 สมัย (2014-15, 2015-16), โกปา เดลเรย์ 3 สมัย (2014-15, 2015-16, 2016-17) ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย (2014-15)

ก่อนจะเป็นเจ้าของค่าตัวสถิติโลกเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซง แชร์กแมง ด้วยค่าตัว 198 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,910 ล้านบาท)

หาก คูตินโญ่ ยังรักษามาตรฐานของตัวเองเอาไว้ได้ และไม่มีเรื่องนอกสนามอย่างที่นักเตะรุ่นพี่หลายๆคนเคยเป็น ก็น่าจะเข้ามาสร้างตำนาน และกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนบอลได้ไม่ยาก..