ความท้าทายในปีจอของโรนัลโด้

TDEDNEW

เข้าสู่ปี 2018 กันแล้ว และหลายๆท่านคงตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองในปีใหม่นี้กันตามระเบียบ

ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับนักเตะทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งคริสเตียโน่ โรนัลโด้ดาวดังทีมเรอัล มาดริดที่ว่ากันว่าสร้างแรงผลักดันให้กับตัวเองอยู่เสมอ

แม้จะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า รวมทั้งซิวรางวัลบัลลงดอร์เป็นสมัยที่ห้าอันเป็นสถิติสูงสุดเทียบเท่ากับลิโอเนล เมสซี่ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เชื่อได้เลยว่าพ่อค้าแข้งโปรตุกีสจะไม่ยอมหยุดอยู่เพียงเท่านี้แน่

เหนืออื่นใด โทรฟี่แชมเปี้ยนส์ลีกย่อมเป็นเป้าหมายของดาวเตะร่างบึกอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะหลังจากได้ถ้วยใบนี้มาแล้วสี่ครั้งกับแมนฯ ยูไนเต็ด และเรอัล มาดริด เขาก็จะผงาดเป็นสตาร์ที่ได้แชมป์ใบนี้บ่อยครั้งที่สุดในการฟาดแข้งรูปแบบใหม่หากทีมชุดขาวจะครองความเป็นเจ้าแห่งยุโรปได้อีกสมัย

อย่างไรก็ดี หากจะนับรวมถึงการแข่งขันในรูปแบบเก่าที่เรียกกันว่าฟุตบอล “ยูโรเปี้ยนคัพ” ก็ยังมีปาโก้ เกนโต้อดีตปีกซ้ายทีมเรอัล มาดริดที่ได้แชมป์ใบนี้มากถึงหกสมัย

นอกจากนี้ อย่าลืมว่ากลางปีนี้เราจะได้ลุ้นการโม่เกือกในศึกฟุตบอลโลกที่แดนหมีขาวด้วย และคิดหรือว่าคนอย่างโรนัลโด้จะไม่ตั้งความหวังเอาไว้อย่างสูงที่สุดแม้เขาจะรู้ดีว่าทีมชาติโปรตุเกสไม่ใช่ทีมเต็งแชมป์ก็ตาม

เพราะยังไงซะ ฟุตบอลโลกปี 2018 ก็น่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายของโรนัลโด้แล้ว และหากจะให้รอไปถึงครั้งหน้าที่กาตาร์ในปี 2022 เขาก็จะมีอายุ 37 ปีซึ่งออกจะแก่เกินแกงไปแล้ว

ทั้งนี้ เราต้องไม่ลืมเช่นกันว่าในศึกฟุตบอลยูโร 2016 ทีมฝอยทองก็ไม่ได้ถูกมองตั้งแต่แรกว่าจะเป็นม้ามืดหลุดไปคว้าแชมป์ได้ แต่สุดท้ายโรนัลโด้ก็ได้เหรียญมาคล้องคอด้วยการสยบทีมเต็งอย่างเจ้าภาพฝรั่งเศสแม้เขาจะบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่กลางครึ่งแรกก็ตาม

แต่นอกจากโรนัลโด้จะฝันถึงการคว้าแชมป์โลกอยู่ลึกๆแล้ว เมสซี่นักเตะเบอร์หนึ่งของโลกในยุคนี้ก็เป็นอีกรายที่กระหายได้สัมผัสกับเกียรติยศชิ้นนี้ก่อนถึงคราวต้องแขวนรองเท้าเช่นกัน

กระนั้นก็ตามที หลากหลายเรื่องราวบนโลกใบนี้จำเป็นต้องอาศัยโชควาสนาประกอบกับความสามารถด้วย และไม่แน่ว่าทั้งคู่จะมีโอกาสทะยานไปถึงจุดนั้นหรือเปล่า และใครกันที่จะประสบความสำเร็จข่มรัศมีของอีกฝ่ายได้

นับตั้งแต่อำลาทีมผีแดงเดินเข้าสู่รั้วเบร์นาเบวเมื่อปี 2009  เจ้าของฉายา “ซีอาร์เซเว่น” คว้าแชมป์กับราชันชุดขาวไปแล้วทั้งสิ้น 15 รายการ

อันประกอบไปด้วยแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกสามครั้ง , แชมป์ยูโรเปี้ยนซูเปอร์คัพสามครั้ง , แชมป์ลา ลีกาสองครั้ง , แชมป์สโมสรโลกสามครั้ง , แชมป์โกปา เดล เรย์สองครั้ง และแชมป์สแปนิชซูเปอร์คัพสองครั้ง

แม้มันจะไม่มากเท่ากับเซร์คิโอ รามอสและมาร์เซโล่ซึ่งซิวแชมป์กับสโมสรไปแล้ว 18 รายการเท่ากัน และเป็นรองเกนโต้ที่ได้แชมป์ไปทั้งหมด 23 รายการ แต่มันก็เป็นผลงานที่น่าอิจฉาไม่เบา

พร้อมกันนี้ หากจะนับรางวัลเกียรติยศส่วนตัวทุกชิ้นนับตั้งแต่เขาเริ่มต้นอาชีพพ่อค้าแข้ง คุณพ่อลูกดกก็กวาดมาเป็นเจ้าของได้แล้วทั้งสิ้น 50 ชิ้น

อาจมีก็แค่ “โกลเด้น ฟุต” รางวัลเดียวก็เป็นได้ที่โรนัลโด้ยังไม่เคยได้สัมผัสโดยที่เมสซี่เองก็ยังไม่ได้รางวัลชิ้นนี้

เอ่ยถึง  “โกลเด้น ฟุต” ซึ่งอาจไม่สลักสำคัญอะไรมากนักเนื่องจากมีการโหวตเสียงมอบให้กับดาวเตะที่มีอายุมากกว่า 29 ปีขึ้นไป โรนัลโด้ยังไม่ประสบความสำเร็จสักทีแม้เขาจะมีอายุ 33 ปีแล้วในเดือนเกิดก.พ.นี้

เท่าที่ผ่านมา สตาร์หุ่นงามมีชื่อถูกเสนอให้รับรางวัลมาแล้วสามครั้ง แต่เต็มที่ก็ได้เสียงโหวตรั้งอันดับสอง ยังไม่อาจทะลุขึ้นสู่โพเดี้ยมได้

แต่ถ้าประสบความสำเร็จเมื่อไหร่ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโรนัลโด้นี่แหละที่จะสร้างชื่อเป็นดาวดังสัญชาติโปรตุกีสรายแรกที่คว้ารางวัลชิ้นนี้มาครอบครอง